การจัดการความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา

การจัดการความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา

  ในปัจจุบันนั้นการเรียนการสอนในโรงเรียนไทยจะเน้นการเรียนในวิชาต่าง ๆ โดยใช้สาระวิชาและมาตรฐานสาระการเรียนรู้เป็นตัวควบคุมพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนด้วยตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง การสอนของครูไทยนั้นโดยส่วนมากแล้วจะเน้นการเรียนการสอนในห้องเรียน เป็นตัววัดผลมุ่งสัมฤทธิผลสำเร็จการศึกษา ด้านวิชาการสิ่งที่ขาดหายไปคือการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนและการพัฒนาคุณค่าที่จะส่งผลต่อการเรียน และการดำเนินชีวิตและการทำงานในอนาคต การเรียนรู้ของนักเรียนเกิดจากการเรียนรู้แบบเดิมๆ คือ มีสถานที่ที่จำกัดแต่เฉพาะในห้องเรียน และมีสัดส่วนครูกับนักเรียนมากเกินไป ซึ่งไม่เหมาะกับบรรยากาศการเรียนรู้ที่จะเน้นเป็นรายบุคคล โดยการใช้วิธีการสอนแบบเดียวกันทั้งชั้นเรียน

        ดังนั้นห้องเรียนในศตวรรษที่ 21 นั้นจึงเป็นที่สนใจในสถาบันการศึกษาทั่วทั้งโลก ซึ่งจะมีการปรับปรุงการเรียนการสอนอย่างบูรณาการและมีนวัตกรรมใหม่ๆทางด้านเทคโนโลยี โดยการใช้ระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Socail network) มาสนับสนุนการเรียนรู้และการบริหารจัดการทางด้านวิชาการ บุคคล งบประมาณและการบริหารทั่วๆไปเพื่อพัฒนาคุณภาพเด็กยุคใหม่ด้วยสารสนเทศรอบด้าน 

ห้องเรียนแห่งอนาคตผู้เรียนได้เรียนรู้อะไร ??

   1 ความคิดสร้างสรรค์ หรือจินตนาการทางด้านความคิด (Creative)  เพราะเนื่องจากในปัจจุบัน หลายประเทศได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทางด้านความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก เพราะความคิดสร้างสรรค์นี้เอง สามารถสร้างคุณค่าและความได้เปรียบทางการแข่งขันเป็นอย่างมาก แต่ในประเทศไทยนั้นการศึกษาของบ้านเรายังเน้นการท่องจำ เน้นการเรียนเพื่อนำไปสอบ จึงไม่สามารถทำให้เด็กไทยมีความคิดสร้างสรรค์ได้เท่าที่ควร ดังนั้น j-sharp future classroom จึงออกแบบหลักสูตรให้เหมาะสมกับสภาวะสังคมแห่งอนาคต โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบ Creative Based Learning ซึ่งได้รับการทดสอบมาแล้วตั้งแต่ปี 2554 ให้นักเรียนได้เรียนรู้แบบสร้างสรรค์ คิดและแสดงออกแบบสร้างสรรค์ โดยการค้นคว้า การแสดงออกและการนำเสนอ ซึ่งนอกจากนั้นผู้เรียนยังได้รับความสนุกสนานจากการฝึกความคิดสร้างสรรค์ ด้วยเกมส์พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เช่น เกมส์มองหลากมุม เกมส์คำตอบดีมีมากมาย อีกด้วย

  2 ในการสื่อสาร (Communication) ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของเด็กไทยคือการที่เด็กไทยไม่กล้าที่จะแสดงออก ขี้อาย กลัวว่าสิ่งที่ตัวเองตอบจะผิด ซึ่งเป็นกรอบการเรียนที่พบเจอในปัจจุบัน ในขณะที่ต่างประเทศกำลังให้ความสำคัญกับการสื่อสารเป็นอย่างมาก 

  3 แรงบันดาลใจ (Inspiration) หากเราเคยได้ยินบุคคลในสาขาอาชีพต่างๆที่ประสบความสำเร็จเล่าให้เราฟังถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา เราจะพบว่าคนเหล่านั้นไม่ได้ได้อะไรมาง่ายๆ ส่วนมากเริ่มจากศูนย์ ต้องใช้ความมุ่งมั่น ความพยายาม อดทนต่อความลำบาก ต่อสู้กับปัญหาต่างๆมากมาย กว่าจะสำเร็จและสุขสบายได้เช่นทุกวันนี้

   4 การวัดและการประเมินผลผู้เรียน  (Evaluation)    ในการเรียนการสอนแต่ละครั้ง ผู้เรียนได้รับการบันทึกข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียดโดยอาจารย์ผู้ช่วยสอน 2 ท่าน ซึ่งจะบันทึกข้อมูลต่างๆ ประกอบด้วยข้อมูลดังนี้

                1. บุคลิกภาพ 6 ด้าน          

                2. คุณสมบัติพื้นฐาน       

                3. ความถนัดด้านวิชาการ

          โดยการบันทึกข้อมูลต่างๆในแต่ลัครั้ง จะบันทึกผ่านระบบ j-sharp Evaluate System ซึ่งเชื่อมต่อกับศูนย์ข้อมูลกลาง ข้อมูลการบันทึกจากทุกแห่งจะถูกส่งมาประมวลผลที่ส่วนกลาง ซึ่งหลังจากที่ผู้เรียน เรียนครบ 15 ครั้ง ผู้ปกครองและผู้เรียนจะได้รับรายงานผลสรุปในทุกด้านๆ ประกอบด้วย

          1. รายงานผลด้านบุคลิกภาพ 6 ด้าน เป็นรายงานการวิเคราะห์บุคลิกภาพรายได้ของนักเรียนทั้ง 6 ด้าน ซึ่งจะบอกว่าผู้เรียนมีบุคลิกภาพในแต่ละด้านเป็นอย่างไร ด้านใดเป็นด้านที่โดดเด่น ซึ่งหากเราทราบจุดเด่นของผู้เรียนแล้วและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ผู้เรียนมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตเพิ่มมากขึ้น

          2. รายงานผลด้านคุณลักษณะพื้นฐาน เป็นรายงานการวิเคราะห์คุณลักษณะพื้นฐาน ซึ่งคุณลักษณะพื้นฐานเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญต่อการประกอบอาชีพในอนาคต ประกอบด้วย การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจ

          3. รายงานผลด้านวิชาการ เป็นรายงานการวิเคราะห์ความถนัดด้านวิชาการของนักเรียน ประกอบด้วย

          – ความสามารถและความถนัดด้านสังคมศาสตร์     

          – ความสามารถและความถนัดด้านคณิตศาสตร์

          – ความสามารถและความถนัดด้านวิทยาศาสตร์     

          – ความสามารถและความถนัดด้านภาษาอังกฤษ

          – ความสามารถและความถนัดด้านศิลปศาสตร์

          ผลที่เกิดจากการประยุกต์ใช้งานอินเทอร์เน็ต ที่กำลังเริ่มเปลี่ยนสังคมและเศรษฐกิจโลกไปทีละเล็กละน้อยนี้ หลายคนอาจจะไม่ได้สังเกตว่า รูปแบบของธุรกิจ วิธีดำเนินการทางการค้า การเรียนการสอน การประชุมสัมมนา ฯลฯ ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน และนับวันจะมีบทบาทมากขึ้นตามลำดับ ส่งผลให้องค์กรแต่ละแห่งต้องคิดทบทวนเกี่ยวกับรูปแบบและวิธีดำเนินงานในปัจจุบัน ด้วยการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาช่วยงาน อันจะเป็นการนำไปสู่การปรับปรุงและการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิตอลที่มีการติดต่อสื่อสารถึงกันได้ทั่วโลก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s